ปายหน้าฝนกับคนขี้เหงา
posted on 10 Jul 2009 12:02 by 3k4ever in KK
พี่เคที่รัก
หน้าฝนมาเยือนอีกแล้ว เชียงใหม่ ฝนก็ตกเปาะแปะ ซักผ้าไว้ ตากเท่าไหร่ก็ไม่เห็นจะแห้งสักที น่าเบื่อจัง
แต่เวลาฝนตกก็ดีนะ ทำให้เราไม่อยากไปไหน อยากนอนฟังเสียงฝนอยู่กับบ้าน นอนฟังเพลง อ่านหนังสือไปเรื่อยๆ แต่ฝนก็มีข้อเสีย - - มันทำให้เราคิดถึงใครบางคนจนมากเกินไป และ - - เหงา
พี่เคหายโกรธเคหรือยัง เครู้นะว่าพี่เป็นห่วงเค แต่เคก็ไม่อยากให้พี่ต้องไปรื้อฟื้นเรื่องราวเก่าๆ พี่ว่าเคมีมโนธรรม คติธรรม มนุษยธรรม หรือ พลังธรรม (อุ๊ปส์) มากเกินไป ที่ปกป้องไม่ยอมบอกเบอร์โทรศัพท์หรืออีเมล์ของคนๆนั้น ไม่รู้สิ เคไม่เห็นว่ามันจะมีประโยชน์อะไรที่พี่จะไปเอาเรื่องเค้าตอนนี้ หรือสิ่งที่พี่จะทำก็คือจะทำเพื่อความสะใจ ? พี่ว่าที่เคเป็นแบบนี้เพราะเหงา และเป็นช่วงที่พี่หายไป ไม่รู้สิ บางทีมันก็ไม่ใช่หรอก เคอาจจะเหงาบ้างเพราะพี่ไม่อยู่ แต่มันก็ไม่ใช่เหตุผลทั้งหมดหรอก พี่อย่าโทษตัวเองเลย เคอาจจะมองโลกในแง่ดีมากเกินไป ที่ไว้ใจคน ทั้งๆที่เคก็ไม่ได้รู้จักเค้าดีพอ ฮืม ช่างมันเหอะเนอะ เรื่องมันก็จบไปเกือบๆสามเดือนแล้ว ก็ปล่อยให้มันเป็นประสบการณ์และบทเรียนของเคเองแล้วกันนะ
ในที่สุดเคก็ได้ไปปายมาแล้วนะ พี่เคคงจะสงสัยว่าทำไม เคอยู่เชียงใหม่มาตั้งนานแล้ว ถึงเพิ่งได้ไปเที่ยวปาย จริงๆแล้ว เควางแผนไปเที่ยวที่นี่มาหลายรอบมาก ตั้งแต่เคย้ายมาอยู่ที่เชียงใหม่แรกๆ แต่จนแล้วจนรอด ก็มีเหตุการณ์ต่างๆทำให้ทริปที่เคจะต้องไปปาย มีอันล่มไปซะทุกที ไม่รู้สิ แต่เอาเถอะ เคก็ไปมาแล้วล่ะ ไปมันอีตอนที่ฝนตกเยอะๆนี่แหละ...
เคออกเดินทางจากเชียงใหม่ ด้วยรถเก่าๆของเคเอง อย่างที่พี่เครู้ รถเคน่ะมันเก๊าเก่า อายุอานามก็ร่วมสิบกว่าปี ก็มีแต่คนประณามหยามเหยียดรถเค ว่ากว่าจะไปถึงปาย รถเคคงต้องมีอันเป็นไป แต่ก็เอาน่ะ เคเสี่ยงเอา ขับรถไปเองสบายกว่านั่งรถเมล์ตั้งเยอะ ถึงแม้จะต้องคอยนั่งภาวนาเวลาขึ้นเขาและลงเขา หรือตอนเข้าโค้งว่า เฮ้ยลูกอย่าเป็นไรไปนะเว้ย กลางป่ากลางเขาแบบนี้ ตายลูกเดียว ถ้าเคนั่งรถเมล์ไป อาจจะมีการอับอายขายขี้หน้าชาวบ้านที่ร่วมโดยสารไปกับรถเมล์นั่นได้ เคคงอ้วกอ่ะนะ โค้งเยอะขนาดนั้น เคขับรถออกจากเชียงใหม่ตอนเกือบๆสิบโมงแล้ว กะว่าไปแบบชิลๆ เรื่อยๆ ความจริงเป็นข้ออ้างที่จะขับช้าหรอก เนื่องจากรถเคมันเป็นสาวเฒ่า สงสารมัน หึๆ
ฝนก็ตกลงมาเป็นระยะๆ แต่ก็ไม่ค่อยมากเท่าไหร่พอทำให้อากาศเย็นลงบ้าง ถนนสาย 1095 จากเชียงใหม่ - ปาย มีระยะทาง 136 กิโล เคว่ามันขับรถไม่ยากเท่าไหร่ เพียงแต่มันเหนื่อยในการเข้าโค้ง ขนาดเคไปตอน Low Season คนไม่ค่อยเยอะเคว่ามันยังเข้าโค้งลำบากเหมือนกันต้องค่อยๆไป แต่ถ้าเป็นช่วงไฮตอนหน้าหนาว เคว่าคงลำบากกว่านี้อีกสิบเท่าแน่ๆ เพราะรถคงแยะมากมาย เวลาจะขับขึ้นดอยก็คงจะค่อยๆไต่ขึ้นไป และอาจจะต้องเหยียบเบรกกันจนเบรกไหม้แน่ๆ โค้งแต่ละโค้งกะแทบจะหักศอกกันเลยทีเดียว มีโค้งที่เป็นรูปตัว U เลย หลายโค้งพอสมควรอยู่ ซึ่งเคเคยเห็นโค้งแบบนี้ตอนไปเที่ยวเก็นติ้งน่ะ เคเพิ่งจะเห็นโค้งแบบนี้ในเมืองไทยก็ตอนไปปายนี่แหละ ตอนขาขึ้นไปปายก็ไม่เท่าไหร่ แต่พอวันที่ลงมาจากปายกลับเชียงใหม่ เคขับรถเก่าๆของเคลงดอย เคก็บ่นพึมพำๆว่า นี่มันเป็นเขาอากินะชัดๆ พี่เคจำได้มั้ยว่าเขาอากินะนี่มันคือที่ไหน ก็ในเรื่อง Drifting ซิ่งสายฟ้าที่ Jay Chou เล่นนั่นแหละ เหนื่อยในการเข้าโค้งจริงๆ
ในที่สุด เคก็ขับรถฟันฝ่า 762 โค้งมาได้ เคไม่ได้นับเองนะ ถ้าเคนับเอง มีหวังถ้าไม่อ้วกไปก่อน ก็คงเลยโค้งลงเหวไปแหละ ขับรถมันต้องมีสมาธิใช่มะ เคไปถึงปายเกือบๆบ่ายโมง พอถึงปาย ฝนไม่ยักตกแฮะ อากาศกลับร้อนมาก เหงื่อซึมเลย เคอยากจะแวะถ่ายรูปเยอะๆนะ แต่พอเปิดประตูรถ คนชอบสบายแบบเคก็ส่ายหน้า ว่าถ่ายพอสมควรแล้วกัน อากาศแบบนี้ ถ้ามัวแต่เก๊กท่าถ่ายรูปอยู่ รูปก็คงจะออกมาไม่สวยอยู่ดี เพราะหน้าตาคงจะเหยเก ตาคงจะตี่ เพราะต้องสู้แสงแดดแบบรุนแรง อีกอย่างเคไม่อยากดำไปมากกว่านี้ แค่นี้เคก็ดำมากกว่าพี่เคแล้ว เดี๋ยวถ้าเดินด้วยกัน คนอื่นจะแซวว่าเป็นทางม้าลาย
แน่นอน จุดที่ทุกคนต้องแวะถ่ายรูปก็คือร้าน Coffee in love เคก็จอดรถลงไปถ่ายรูปนะ แต่อย่างที่บอก แดดมันแรง คนห่วงดำ (ห่วงมากกว่าสวย) ก็รีบถ่ายรีบไปดีกว่า แดดมันร้อนจนแสบหน้าเลยแหละ เคพักที่ปายวิมาน อยู่ติดกับแม่น้ำปายเลย เคว่ามันเรียกแม่น้ำนี่ มันเล็กไปหน่อยหรือเปล่า มันน่าจะเป็นลำธารมากกว่านะ หรือเคจะคิดไปเองก็ไม่รู้ ไม่แน่มั้ง ที่ต้นน้ำความกว้างของมันอาจจะใหญ่กว่านี้ก็ได้
พอเช็คอินเข้าที่พัก เคก็สำรวจๆ ห้องพักว่ามีอะไรบ้าง เคชอบห้องน้ำ มันดูโบราณๆดี อย่างที่พี่เครู้ว่าเคชอบอะไรที่มันดูโบราณๆ เก่าๆ แต่ร่วมสมัย เคก็เลยดูโบๆ บ๊องๆ ตามรสนิยมของเค ฝักบัวก็เป็นแบบ rain shower แต่เสียดายน้ำไม่ค่อยแรงเท่าไหร่ นึกว่าเวลาอาบน้ำใช้ฝักบัวแบบนี้ จะมีอารมณ์ประมาณว่าอาบน้ำกลางสายฝนซะอีก เหอๆ ช่วงบ่ายเป็นช่วงที่ไม่มีอะไรทำ จริงๆแล้ว วลียอดฮิตของปายก็คือ "Do Nothing in Pai" มันก็คงไม่มีอะไรทำจริงๆล่ะมั้ง ฝนก็ตกอีก คนขี้เหงาอย่างเคก็เลยหลับดีกว่า...(มันเกี่ยวกันป่าวเนี่ย)
ตอนเย็นแล้วพี่เค หลังจากที่เสียงฝน กล่อมเคหลับในช่วงบ่ายก็ทำให้อากาศมันเย็นลงหน่อย บรรยากาศ ของ ปายก็เลยดีขึ้นมาก กิจกรรมยามค่ำคืนก็คงไม่พ้นถนนคนเดิน ที่ชาวบ้านเค้าไป ชอปปิ้งโปสการ์ดและก็ถ่ายรูปกันไง เคก็ไปนะ ไปถ่ายรูปร้านมิตรไทยยอดฮิต แล้วก็ส่งโปสการ์ดไปให้พี่เค พี่คงได้รับแล้วมั้งป่านนี้? ตอนนี้เก้าอี้สีๆที่หน้าร้านมิตรไทย สีมันซีดไปเยอะแล้วอ่ะ ถ่ายรูปออกมาสีก็ไม่สดเท่าไหร่ เค้าน่าจะทาสีทับใหม่เนอะ มีร้านเก๋ๆเยอะแยะเลย ส่วนมากก็เป็นร้านของฝากแหละ ขายโปสการ์ด เสื้อยืด เข็มกลัด กระเป๋าซะส่วนมาก แต่ของก็ไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ มีอยู่บล็อกเดียวเองที่เค้าขายของกัน สงสัยเป็นเพราะหน้าฝนด้วยมั้ง มันก็เลยไม่มีของแบกะดินมาขายเท่าไหร่ เคก็เดินลั้นลาอยู่แป๊บนึง ฝนก็พรำๆลงมาอีกแล้วล่ะ ร่มก็ไม่ได้เอามาด้วย ก็เลยแวะร้านอาหารเพื่อทานข้าวก่อนจะกลับที่พักไปนอนต่อ ร้านนี้ใครๆเค้าก็ว่าอร่อยเด็ดในปาย เคก็ไม่รู้อ่ะนะ แต่สั่งอะไรไปก็ไม่มีสักอย่าง สุดท้ายเหมือนบังคับให้เรากินข้าวราดแกง ก็โอเคนะ เคไม่ได้เรื่องมากมายอะไร ข้าวราดแกงก็ได้ อาหารก็ใช้ได้แต่ไม่มีความประทับใจ เคว่านะ บางทีร้านอาหารอะไรก็ไม่รู้กับข้าวไม่อร่อยเลยแต่เจ้าของร้านใจดี๊ดี เทคแคร์กันแบบแทบจะอุ้ม ประกอบกับบรรยากาศในร้าน มันก็ทำให้เรารู้สึกว่าอาหารดูดีขึ้นมาอีกโขเลย พี่เคว่ามั้ย
ฝนไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเลย เคก็ตัดสินใจว่า เคเดินลุยฝนกลับที่พักดีกว่า ดีกว่ารอไปเรื่อยๆเพราะไม่รู้ว่าฝนจะหยุดตกเมื่อไหร่ แล้วถ้าเกิดฝนไม่หยุดตก ยังไงๆ มันก็เปียกอยู่ดี เอาวะ กลับไปอาบน้ำสระผมเอา ระหว่างทางเดินกลับ เคเดินผ่านร้าน Pai Post มีนักร้องหน้าเก๋มาก ร้องเพลงฝรั่งเพราะดี เค้าคงติสท์น่าดู หัวฟูเลยทีเดียว (เกี่ยวยังไงวะ) เคก็ยืนฟังเพลงที่เค้าร้อง (จริงๆแอบหลบฝน) ที่ร้านมิตรไทย ฟอร์มเป็นว่าเลือกเสื้อยืด กะไปฝากน้องบี สักพัก ก็ได้ยินเสียงกีตาร์ขึ้นอินโทรมาเป็นเพลงไทยที่คุ้นเคย หันไปดูก็เห็นว่ามีหนุ่มจากกรุงเทพไปขอแจม กลองกับวง แล้วมันเป็นเพลงที่เคชอบ เคก็เลยยืนฟังจนจบเลย
(เอ๊ เพลงอะไรน้อ - ให้พี่เคฟังเพลง "ลืมไปไม่รักกัน" นะ จะได้อารมณ์ร่วมกันเลยทีเดียว)
หลังจากอาบน้ำสระผมกับฝักบัวงวงช้าง ที่น้ำไหลอ้อยอิ่ง อาบฝักบัวธรรมดามันส์กว่าแล้ว เคก็ออกมานั่งข้างนอก มองแม่น้ำปายที่มืดมิด ตามประสาคนเหงา ฝนก็ตกไม่หยุดเลย ช่างสร้างบรรยากาศให้มันเหงามากขึ้นไปอีก อะไรกันเนี่ย ! ไม่รู้สิ ตอนนี้เคเฉยๆกับปายมาก เคอาจจะมาไม่ถูกจังหวะ เคคิดถึงพี่เคมากๆเลย ถ้าพี่เคมาด้วย เคคงประทับใจมากกว่านี้มั้งเนอะ
เช้าแล้ว แม่น้ำปายดูดีกว่าเมื่อวานเยอะ เคนั่งจ้องแม่น้ำสักพัก ความเหงามันเกิดขึ้นมากมาย เคตัดสินใจว่าไม่อยู่ต่อดีกว่า กลับเชียงใหม่วันนี้เลยแล้วกัน บางทีเคอาจจะดีขึ้น ก่อนกลับเคไปแวะร้าน All About Coffee ที่มีงานอาร์ตดีๆ เก๋ๆ น่ารักๆ ราวกับแกลอรี่ย่อมๆแขวนอยู่ เพื่อนเคบอกว่าร้านนี้ขนมอร่อย เคก็เลยจะไปลองดู
ร้านเก๋จริงๆ เคชอบมากๆ อยากให้ห้องนั่งเล่นเราเป็นแบบนี้จังเลย แต่ก็ไม่รู้นะว่าเมื่อไหร่เราถึงจะได้อยู่ด้วยกัน เฮ้อเน้อ... ช่างเหอะๆ เคก็พึมพำไปงั้นแหละ ก็เราตกลงกันแล้ว ก็ตามนั้น ในเมื่อตอนนี้ไม่มีใครพร้อม มันก็ต้องรอวันนั้นแหละเนอะ
มาพูดถึงร้านนี้กันต่อ ขนมอร่อยจริงๆ Binoffee Pie ขอแนะนำ กาแฟก็โอเค แต่ที่ชอบมากคืออัธยาศัยของเจ้าของร้าน ติสท์แตกดี อิอิ เคว่าเค้ากวนๆดีอ่ะ ขำๆดี เคชอบลายเสื้อของร้านนี้มากๆ เคว่ามันเหมือนชีวิตเคดี ทำกิจกรรม บลาๆๆๆ ปาร์ตี้ นอนกลางวัน เมา แล้วก็อ้วก เสร็จแล้วก็ไปไหว้พระ จบที่ อายุ วัณโณ สุขัง พลัง แต่ตอนนี้เข้าพรรษาแล้ว เคไม่หาเรื่องเมาแล้วนะ เคว่าตอนนี้เคเป็นไรไม่รู้อ่ะพี่เค ดื่มนิดหน่อยก็รู้สึกตัวว่าเมาแล้วอ่ะ บางครั้งเพื่อนเคก็แอบเสียดสีนะว่า "อะไรกันยะยัยเคกินค็อกเทลไปแค่แก้วเดียวมาบ่นว่าเมา ทีเมื่อก่อนมาเป็นสิบแก้ว ชียังเฉยสนิท" ช่วงนี้เคก็เลยจะไม่ค่อยอยากไปปาร์ตี้เท่าไหร่ อยากอยู่คนเดียวเงียบๆ อยากสวดมนต์ อ่านหนังสือมากกว่า ฮืมๆๆ เคก็เลยซื้อเสื้อตัวนี้มาเป็นของฝากให้พี่เคนะ
เคออกจากปายตอนเกือบบ่ายสองแล้ว พอขับรถลงเขามาฝนก็ตกตลอดทางจนถึงเชียงใหม่เลย โค้งที่ลงเขามาก็ระทึกขวัญเป็นช่วง ช่วง (หลินฮุ่ยล่ะยะ อยู่ไหน) วิวตอนขากลับก็สวยไปอีกแบบนะพี่เค เหมือนเชียงใหม่หน้าหนาวตอนเช้าๆเลย
ขากลับเคกะว่าจะไปเดินถนนคนเดินที่ท่าแพ ก็มีอันล่มไป เพราะฝนตกไม่ยอมหยุด เซ็งนิดหน่อยแต่อากาศเย็นดี เคถึงเชียงใหม่ตอนห้าโมงกว่าแล้ว หลังจากขับรถลงเขามา เกร็งมากไปหน่อย เคก็เลยปวดเมื่อเนื้อตัวไปหมด เอ๊ะ หรือนี่จะเป็นวิกฤตของคนอายุเท่าเค เอาเป็นว่าเคไปนวดแก้เมื่อยก่อนนะจ๊ะ - -
คิดถึงพี่เคที่สุด
เคเค
edit @ 10 Jul 2009 14:53:53 by 3K LOVE FOREVER
edit @ 10 Jul 2009 15:00:26 by 3K LOVE FOREVER





เฮ้อ...